ข้าว

 

 

 

ประวัติและความเป็นมาของตำบลน้ำอ้อม

เหตุที่ได้ชื่อ “น้ำอ้อม” เนื่องจากพื้นที่เป็นหลุมแอ่งกระทะ พร้อมลำน้ำล้อมรอบ และเหมาะแก่การทำนาปลูกข้าวแต่ละปี มีผลผลิตมากมาย และในช่วงก่อนฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวถึงแม้จะเป็นเขตทุ่งกุลาก็เป็นพื้นที่สีเขียวและอุดมสมบูรณ์มาก  ดั่งคำขวัญที่ว่า

 “น้ำอ้อมถิ่น ดินขอมเก่า น้ำนาข้าวดีอุดม หลวงพ่อชมอยู่คู่บ้าน สื่อสืบสาน แซนโฎนตา  ไหว้ศรัทธา หลวงปู่วรพรต  ลือเลิศรสข้าวเม่าหอมหวาน  แดนจักสาน งานประณีต แหล่งผลิตผ้าไหมงาม  ถิ่นที่ทำสายสมรเงินล้าน  สูงตระหง่านยางแปดร้อยปี  เขตข้าวดี หอมมะลิโลก” 

เดิมเคยมีชนเผ่าจีนฮ้อและขอมโบราณอาศัยซึ่งเคยมีร่องรอยอารยะธรรมทิ้งไว้เป็นหลักฐานผู้มาตั้งหมู่บ้านครั้งแรก มีบุคคล 3 ท่าน คือ

1  เฒ่าดี่

2  เฒ่านาม

3  เฒ่าภาษีช้าง

ทั้งสามคนนี้เป็นข้าทาสบริวารของพระยาศรีเกษตร ราธิชัย (อุปฮาดสัง) ประมาณปี  พ.ศ. 2417 ได้รับสั่งให้เฒ่าดี่ เฒ่านาม เฒ่าภาษีช้าง ออกสำรวจพื้นที่ทางทิศตะวันตกของเมืองศรีเกษ เพื่อขยายแหล่งทำการเกษตรแห่งใหม่ ท่านทั้งสามพร้อมบุคลากรคาราวานเกวียนช้าง ม้าเป็นพาหนะ ในการเดินทางเพราะเส้นทางแสนจะกันดารลำบากมากกว่าจะถึงต้องใช้เวลานาน ทุกคนต่างพอใจในความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศ จึงกลับไปรายงานเจ้านายแล้วอาสามาตั้งหมู่บ้านขึ้นในปี พ.ศ. 2420 ทางด้านตะวันตกซึ่งมีสัญลักษณ์ คือต้นยางใหญ่

;;

โดยเจ้าเมืองศรีเกษ  อนุญาตให้ตั้งหมู่บ้านได้ สามเฒ่าจึงมาตั้งหมู่บ้านขึ้นพร้อมบริวารมีแค่สามครอบครัว ชื่อว่าบ้านน้ำอ้อม ที่ตั้งชื่อบ้านน้ำอ้อมก็เพราะตั้งตามสภาพภูมิศาสตร์ท้องถิ่นซึ่งมีน้ำอ้อมรอบหมู่บ้านด้วนความอุดมสมบูรณ์ ต่อมามีผู้คนอพยพเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ออกตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุล ในปี พ.ศ. 2455  เฒ่าดี่ เฒ่านาม เฒ่าภาษีช้าง  จึงได้เป็นสามต้นตะกูลเฒ่าดี่  ได้นามหลวง กตัญญุตา (กะตะโท) เฒ่านามได้มหาโยธา(ทับงาม) เฒ่าภาษีช้างหลวงสุขา (จ่ายจันทร์) ต่อมาได้มีผู้อพยพจากสุรินทร์ นำโดยตาตาด เฒ่าเสมี่ยนอ่อน ได้อพยพตั้งถิ่นฐานทางซีกตะวันตก เรียกว่าคุ้มเขมร เป็นตระกูลหมุกหมาก, ต้นโคตร จากนั้นจึงมีตระกูลต่างๆ อพยพเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจึงกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามสืบมา มีวัดเพียง 1 แห่ง คือ วัดสว่างอารมณ์บ้านน้ำอ้อม ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านสว่างธรรมวิเศษ   บ้านสว่างธรรมวิเศษ ชื่อเดิม บ้านน้ำอ้อม เดิมนั้น ตำบลน้ำอ้อมเป็นพื้นที่เขตการปกครองของตำบลเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด   พ.ศ.2498 ตำบลน้ำอ้อม ได้แยกตัวออกจากตำบลเกษตรวิสัย  ออกมาเป็นตำบลน้ำอ้อม  อำเภอเกษตรวิสัย  จังหวัดร้อยเอ็ดโดยมี นายชุน  กะตะโท เป็นกำนันคนแรก มีหมู่บ้านขึ้นตรงต่อ ตำบลน้ำอ้อม ทั้งหมด 9  หมู่บ้าน

ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ

สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัวพัฒนา หมู่ที่ 8 ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย  จังหวัดร้อยเอ็ด  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอเกษตรวิสัย ห่างจากตัวอำเภอ 8 กิโลเมตร มีพื้นที่ในความดูเเลทั้งหมด 28.66 ตารางกิโลเมตร หรือ 17,913 ไร่

สภาพพื้นที่

ตำบลน้ำอ้อมมีพื้นส่วนใหญ่ที่เป็นที่ราบลุ่ม  เหมาะสำหรับทำการเกษตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิ  ในฤดูฝนเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ของตำบล สภาพดินเป็นดินเหนียวเหมาะกับการปลูกข้าว และมีหนองน้ำที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืชทุกชนิด  แต่ในฤดูน้ำหลากจะประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี และถ้าฤดูแล้งก็แล้งขาดแคลนน้ำอุปโภค – บริโภค

                 ตำบลน้ำอ้อม  มีอาณาเขตพื้นที่อยู่ติดกับท้องถิ่นใกล้เคียง 4 ตำบล คือ

                 ทิศเหนือ  ติดกับตำบลโนนสว่าง , ตำบลเหล่าหลวง  อำเภอเกษตรวิสัย

                  ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย

                  ทิศตะวันตก ติดกับตำบลขี้เหล็ก อำเภอปทุมรัตต์

                  ทิศใต้ ติดกับตำบลเมืองบัว , ตำบลกำแพง  อำเภอเกษตรวิสัย

การปกครอง

ตำบลน้ำอ้อม เป็นตำบลหนึ่งใน 13 ตำบลของอำเภอเกษตรวิสัย ซึ่งได้รับการประกาศจากกระทรวงมหาดไทยแยกเขตการปกครองเป็นตำบลน้ำอ้อม การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล โดยที่มาตรา 40 และมาตราที่ 41 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลในปีพุทธศักราช 2537   บัญญัติให้ จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและให้โอนงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ และเจ้าหน้าที่ของสภาตำบล ไปเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลโดยยกฐานะจากสภาตำบลน้ำอ้อม เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม  ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 113 ตอนพิเศษ  52 ง ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2539  การจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 3,637 แห่ง  มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 หมู่บ้าน ประชากรทั้งหมดจำนวน 5,014 คน แยกเป็นชาย 2,523 คน และ หญิง 2,491 คน

บ้านยางจ้อง               หมู่ที่ 1

บ้านน้ำอ้อม                หมู่ที่ 2

บ้านโนนจาน              หมู่ที่ 3

บ้านน้ำอ้อม                หมู่ที่ 4

บ้านหนองแวงน้อย        หมู่ที่ 5

บ้านสว่างอารมณ์           หมู่ที่ 6

บ้านสว่างธรรมวิเศษ       หมู่ที่ 7

บ้านหนองบัวพัฒนา       หมู่ที่ 8

บ้านส้มโฮงพัฒนา          หมู่ที่ 9

วิสัยทัศน์ตำบล

จากปัญหาและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม ได้ระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ในการกำหนดวิสัยทัศน์การทำงานของตำบลร่วมกัน ว่า “ตำบลน้ำอ้อมชุมชนแห่งความสุข คนมีคุณภาพชีวิตดี มีจิตสำนึกรักถิ่นฐาน อนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้าน จัดการน้ำอย่างพอดี เกษตรอินทรีย์ถ้วนทั่ว ครอบครัวอบอุ่น เกื้อกูลแบ่งปัน สร้างสรรค์พัฒนา การศึกษาก้าวหน้า พึ่งพาตนเองได้ตามวิถีพอเพียง” ซึ่งมีความหมายดังนี้

วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อมชุมชนน่าอยู่สาธารณูปโภคดีพร้อม   ข้าวหอมมะลิมีมาก  ของฝากข้าวเม่าหวาน สืบสานงานประเพณี สุขภาพดีถ้วนหน้าการศึกษาก้าวไกล

ชุมชนน่าอยู่สาธารณูปโภคดีพร้อม  ” หมายถึง ตำบลน้ำอ้อมเป็นชุมชนที่น่าอยู่ มีน้ำใจไมตรีต่อกันและมีความสามัคคีเป็นหมู่คณะเห็นได้จากการทำกิจกรรมต่างๆจะได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดี ได้พบปะสังสรรค์ มีการละเล่นต่างๆ ตามวัฒนธรรมประเพณีแบบดั้งเดิม ทำให้เกิดความรักสามัคคีกันอย่างเหนียวแน่นตลอดสาธารณูปโภคที่พร้อม

ข้าวหอมมะลิมีมาก ของฝากข้าวเม่าหวาน” หมายถึง ตำบลน้ำอ้อมเป็นตำบลที่มีการส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้ตลอดทั้งปี จากการปลูกข้าวหอมมะลิและการทำข้าวเม่าขายที่สามารถผลิตได้ตลอดทั้งปี เพียงแค่นำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตก็สามารถมีรายได้จุนเจือครอบครัว

10603557_709981672429246_1260689648607927741_n

สืบสานงานประเพณี” หมายถึง ด้วยตำบลน้ำอ้อมมีประเพรีบุญข้าวเม่าเป็นประเพณีใหญ่ของตำบลและจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและยังมีประเพณีบุญข้าวสากเขมรที่มีแต่ชุมชนน้ำอ้อมเท่านั้นที่ยังหลงเหลือประเพณีดังกล่าวไว้ และมีบุญประเพณี ฮีต 12 ครอง 14 ตลอดทั้งปี ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ร่วมทำบุญ

IMG_20191111_100926

สุขภาพดีถ้วนหน้า” หมายถึง ตำบลน้ำอ้อมเป็นชุมชนตัวอย่างเรื่องการจัดการสุขภาพระดับตำบล และประชาชนในพื้นที่มีสุขภาพดีและอายุยืนโดยมีผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นปูชนียบุคคลที่เป็นที่เคารพนับถือและเชื่อฟังของลูกหลานภายในครัวเรือนและหมู่บ้าน มีการไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอ เกิดการแบ่งปันอาหารการกินในวงเครือญาติ ทำให้เกิดความผูกพัน รักใคร่สามัคคีอย่างไม่มีวันจบสิ้น

IMG_20191128_092208

การศึกษาก้าวไกล” หมายถึง ชาวตำบลน้ำอ้อม เป็นตำบลที่ส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรหลานอย่างแพร่หลาย จนถูกมองว่าเป็นการแข่งขันกันทางด้านการศึกษา เพราะประชาชนส่วนหนึ่งมีอาชีพรับราชการเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ของตนเอง ในการพัฒนาจึงเป็นเรื่องง่าย เพราะมีความรู้จักคุ้นเคยกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จึงมีเวลาทำอาชีพเสริม เช่นปลูกผักสวนครัว ทำนา ทำไร่ เป็นการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในเขตพื้นที่